จัดเก็บไว้ในประเภท 'แมว'

ไข้น้ำนมในสุนัข

Eclampsis หรือโรคไข้น้ำนมในสุนัข

โรคไข้น้ำนมหรือเรียกว่าเป็นภาวะมีแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉินยิ่ง โดยมักพบในสุนัขมากกว่าในแมว มักแสดงอาการเด่นชัดที่กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย สั่น หอบ ตากระตุกและเดินไม่สัมพันธ์กัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิสูงตามมาจากการสั่นของกล้ามเนื้อ โดยมักจะพบในสุนัขหลังคลอดลูกแล้วที่ให้น้ำนมในปริมาณมาก ก็จะสูญเสียแคลเซียมในร่างกายไปกับน้ำนมด้วย

อาการ : กล้ามเนื้อกระตุก สั่น หอบ ชักเกร็ง เดินไม่สัมพันธ์กัน มีไข้สูงอาจถึง 106 องศาฟาเรนไฮต์

สาเหตุ : ภาวะแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำเนื่องจาก

- ภาวะขาดสารอาหาร
- ปริมาณอัลบูมินในกระแสเลือดต่ำ
- โรคที่เกี่ยวกับต่อมพาราไทรอยด์
- ให้น้ำนมในปริมาณมาก แม่สุนัขที่มีลูกปริมาณมากความต้องการน้ำนมจึงมากขึ้นตามไปด้วย ในวันที่สิบถึงสามสิบของการให้นม ความสามารถในการปรับระดับแคลเซียมในกระแสเลือดของแม่สุนัขจะน้อยลง แต่ลูกสุนัขก็มีความต้องการและความสามารถในการดูดนมในปริมาณมากขึ้น ทำให้แม่สุนัขไม่สามารถผลิตน้ำนมได้เพียงพอ ทำให้ระดับแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำลง ซึ่งโดยปกติแล้วแคลเซียมมีความสำคัญต่อการส่งผ่านของกระแสประสาท และการบีบตัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงเกิดความผิดปกติขึ้นกับกล้ามเนื้อเมื่อระดับแคลเซียมต่ำ

การรักษา :
1. ให้แคลเซียมกลูโคเนตเข้าเส้นเลือดช้าๆด้วยความระมัดระวัง หากให้มากเกินอาจส่งผลให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ บ่อยครั้งที่อาจต้องทำ ECG ร่วมด้วยเพื่อเฝ้าระวังดูอัตราการเต้นหัวใจและความดันเลือด
2. ให้เดร็กโตสเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน หลังจากการกระตุก ชักที่กล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากกลูโคสหรือไกลโคเจนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับกลูโคสในกระแสเลือดต่ำลงด้วย เราจึงควรให้กลูโคสร่วมด้วย เนื่องจากกล้ามเนื้อสั่นและกระตุกทำให้อุณหูมิในร่างกายสูงขึ้นมาก โดยปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายประมาณ 101 ถึง 102 องศาฟาเรนไฮต์ โรคไข้น้ำนมอาจทำให้อุณหภูมิสูงถึง 107 องศาซึ่งอันตรายมากอาจทำให้เกิดการทำลายสมองอย่างถาวรได้
3. อาจให้ยาซึมอย่างอ่อนในกรณีเพื่อช่วยในการคลายกล้ามเนื้อ
4. cool pack ประคบเพื่อลดอุณหภูมิเข้าใกล้ระดับปกติที่สุด

การป้องกัน :
1. ให้อาหารที่มีคุณภาพสูง แต่ไม่มากเกินความต้องการเพื่อเป็นแหล่งของแคลเซียม และวิตามินต่างๆ
2. เราสามารถป้องกันได้โดยการเสริมแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินดี ในช่วงกลางของการตั้งท้องได้ ไม่ควรให้แต่แคลเซียมอย่างเดียว เพราะอาจเกิดความไม่สมดุลของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้ ค่าปกติ ca:p 1.2 : 1
3. แนะนำให้นมผงสำหรับลูกสุนัขแทน
4. ควรหย่านมเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

การดูแลสุขภาพฟันสุนัขและแมว

ทำไมสุขอนามัยในช่องปากจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ฟันของสุนัขและแมวก็เหมือนกับฟันของคนเรา คือจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะการไม่ดูแลสุขอนามัยในช่องปาก จะนำไปสู่ปัญหาการสะสมของคราบฟัน (Plaque) อันจะก่อให้เกิดปัญหาการอักเสบของเหงือกและฟัน อาการปวดฟัน และอาจลุกลามจนกลายเป็น “โรคปริทันต์”

โรคปริทันต์ คืออะไร
โรคปริทันต์ คือโรคที่เกิดขึ้นกับช่องปากและฟันซึ่งจะเกี่ยวกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่เหงือก, รากฟันและเอ็นยึดฟัน โรคปริทันต์ จะประกอบไปด้วย โรคเหงือกอักเสบเบื้องต้น (Gingivitis), โรคเหงือกและรากฟันอักเสบรุนแรง (Periodontitis)
อาการโดยทั่วไปของโรคปริทันต์คือ สัตว์เลี้ยงจะมีกลิ่นปาก และมีลมหายใจเหม็น, มีคราบฟันสะสมบริเวณคอฟัน, เบื่ออาหาร, ไม่อยากเคี้ยวอาหาร, เหงือกบวม มีสีแดงคล้ำหรือมีเลือดออก, ฟันหลุดร่วง หรือเหงือกร่นสูง

อะไรคือสาเหตุของโรคปริทันต์
สาเหตุของโรคปริทันต์เริ่มจากการตกค้างของอาหารตามซอกฟัน, การสะสมของแบคที่เรียและแคลเซียมที่บริเวณคอฟัน (ตัวฟันกับขอบเหงือก) ซึ่งถ้าสัตว์เลี้ยงไม่ได้รับการดูแล การสะสมของแบคทีเรียและแคลเซียมจะเริ่มทำให้ของเหงือกอักเสบ เกิดการติดเชื้อลุกลามทำลายเหงือก, เนื้อเยื่อรอบๆ ฟัน, รากฟัน ตลอดจนกระดูกกรามที่ฟันยึดติดอยู่ กระดูกกรามจะเริ่มเปลี่ยนแปลง ฟันที่ติดยึดอยู่จะถูกทำลายและหลุดร่วง หลังจากนั้นเชื้อแบคทีเรียจะสามารถเข้าสู่กระแสโลหิต และก่อให้เกิดการติดเชื้อที่หัวใจ ตับ และไตได้

เราสามารถป้องกันโรคปริทันต์ได้อย่างไร

1. ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำโดยสัตวแพทย์
- ผู้เลี้ยงควรมีการนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุภาพช่องปากเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน
- ในกรณีที่มีคราบสะสมที่ฟันมาก ควรให้สัตวแพทย์ทำความสะอาด และกำจัดคราบเหล่านั้นออกไป

2. การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอที่บ้าน
นอกเหนือจากการนำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำแล้ว ผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพช่องปากสัตว์เลี้ยงด้วยตนเองที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ

3. การแปรงฟัน
เพราะการแปรงฟันเป้นการกำจัดคราบฟัน (Plaque) ที่ได้ผลดีมากที่สุด สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้มีโปรแกรมดูแลสุขอนามัยในช่องปากโดยการแนะนำให้แปรงฟันให้แก่สัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ

ที่มา: เพื่อสุขภาพที่ดีของเหงือกและฟัน…มาแปรงฟันให้เพื่อน (สี่ขา) ของเรากันเถอะ , เอกสารแจกบ. virbac

กฎทองของน้องหมาและน้องแมว

กฎทองของน้องหมาและน้องแมว ( The dog and cat 10 recomments )

1. ฉันมีชีวิตอย่างมากเพียงแค่ 10-15 ปีเท่านั้น
การที่ฉันต้องแยกจากเธอไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ นับเป็นความปวดร้าวอย่างยิ่งของฉัน
จึงโปรดสังวรให้จงหนักก่อนจะรับฉันเข้ามาในชีวิด

2. โปรดให้เวลากับฉันสักหน่อย ฉันจะได้ทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน

3. จงเชื่อมั่นในตัวฉัน เพราะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของฉัน

4. อย่าโกรธฉันและอย่าลงโทษด้วยการกักขัง
เพราะเธอมีทั้งหน้าที่การงาน ความบันเทิงและมิตรสหาย แต่ฉันนั้นมีเพียงเธอ

5. แม้ฉันจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แต่โปรดพูดกับฉันบ้าง เพราะฉันเข้าใจเธอจากน้ำเสียง

6. พึ่งระลึกอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเธอจะปฏิบัติอย่างไรต่อฉัน ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนเลย

7. โปรดอย่าทุบตีฉัน เพราะแม้ฉันทุบตีเธอกลับไม่ได้
แต่ฉันสามารถกัดหรือข่วนเธอได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากกระทำเลย

8. เมื่อฉันมีท่าทีคล้ายไม่เชื่อฟัง ดื้อดึง เกียจคร้าน
ก่อนจะดุด่าฉันขอจงได้ถามตัวเองก่อนว่าเกิดสิ่งผิดปกติกับตัวฉันหรือไม่
บางทีอาจมาจากเรื่องของอาหารหรือถูกทิ้งนานเกินไป หรือหัวใจฉันแก่ชราอ่อนล้าเสียแล้ว

9. ยามฉันแก่เฒ่าโปรดดูแลฉันด้วย เพราะวันหนึ่งเธอก็ต้องเป็นเช่นนั้น

10. อยู่กับฉันเมื่อเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง ขออย่าพูดว่าทนดูไม่ได้
ขออย่าให้มันเกิดขึ้นเลย เพราะเรื่องราวทั้งหมดจะง่ายขึ้นหากมีเธออยู่ด้วย

โดย Fitzsinmons Army Medical Center

โรคหลอดลมอักเสบติดต่อ ในแมว

สาเหตุ  เกิดจากเชื้อเฮอร์พีสไวรัสแมว

ติดต่อ  จากการหายใจรดกันใกล้ๆ หรือจมูกสัมผัสกัน

อาการ ไข้สูง ซึม จาม น้ำมูกใสในระยะแรกต่อมาเป็นหนอง เยื่อตาขาวบวมน้ำ หนังตาชั้นที่ 3 (Third eye lids) ยื่นออกมา เบื่ออาหาร น้ำลายเหนียว ข้น และไหลมาก หายใจลำบาก เกิดแผลหลุมในช่องปากและกระจกตา อาจจะเป็นปอดบวมตามมา หลังจากติดเชื้อแล้วอาจพบเยื่อจมูกอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดไซนัสอักเสบเรื้อรัง

การป้องกัน  ทำวัคซีนรวมแมว ตั้งแต่อายุ 2 เดือน และกระตุ้นซ้ำอีกครั้งหลังจากเข็มแรก 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง

โรคภูมิต้านทานบกพร่องในแมว (เอดส์แมว)

สาเหตุ  เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม รีโทรไวรัส หรือ FIV

การติดต่อ  ระหว่างแมวเท่านั้น (ไม่ติดคน) ทางน้ำลายผ่านบาดแผล โดยเฉพาะในแมวเพศผู้ที่ชอบออกนอกบ้าน

อาการที่พบ  มักเกิดโรคแทรกซ้อนเพราะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่นแผลในปาก ท้องเสีย หรือป่วยเรื้อรัง รักษาไม่หาย

การป้องกัน  โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนในประเทศไทย

การคุมกำเนิด “สุนัข” และ “แมว”

 

ปัจจุบันพบว่าเจ้าของสุนัขและแมวจำนวนไม่น้อยมักจะพาสัตว์เลี้ยง (เพศเมีย) ของตนมาพบสัตวแพทย์เพื่อให้ฉีดยาคุมกำเนิดเพราะคิดว่าการให้ยาคุมกำเนิดเป็นการจัดการที่ง่าย สะดวกและไม่ทำให้สัตว์เจ็บปวดมาก รวมถึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกับการผ่าตัดทำหมัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีสิ่งสำคัญที่เจ้าของควรคำนึงถึงหลายประการดังนี้
1. ยาคุมกำเนิดจะให้ผลดีต้องฉีดในช่วงที่สุนัขและแมวไม่เป็นสัด
2. ถ้าสุนัข หรือแมว ได้รับการผสมก่อนฉีดยาคุม จะทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่น คลอดยาก, ลูกตายในท้อง, มดลูกอักเสบ และอาจทำให้แม่สุนัขเสียชีวิตได้
3. ยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบคล้ายฮอร์โมน การฉีดยาคุมกำเนิด จะทำให้ระดับฮอร์โมนของร่างกาย ไม่สมดุล และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ขนร่วง, เป็นเบาหวาน, อยากอาหารเพิ่มขึ้น, กระหายน้ำมากขึ้น, ซึม หากใช้ติดต่อเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากเกิดการกดการทำงานของไขกระดูกได้
4. ปัจจุบันนี้พบว่าการฉีดยาคุมกำเนิด อาจได้ผลนานประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งยังไม่มีรายงานยืนยันแน่นอน

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะพบว่าการฉีดยาคุมกำเนิดส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงของท่านมากมาย และถ้าแน่ใจว่าไม่ต้องการให้สุนัข และแมวของท่านมีลูก แนะนำว่าควรจะทำหมัน เนื่องจากให้ผลคุมกำเนิดได้แน่นอนกว่า และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทำหมัน 1 ครั้ง เทียบกับการฉีดยาคุมกำเนิดหลายๆ ครั้ง และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากฉีดยาคุมกำเนิด ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น อาจพบว่าการตัดสินใจทำหมันดีกว่า

โรคไข้หัดแมว

สาเหตุเกิดจากเชื้อพาร์โวไวรัส
ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงหรือผ่านภาชนะและเครื่องใช้ต่างๆ
อาการ คือจะมีไข้ในระยะแรก อาเจียนมีน้ำดีปน ท้องเสีย บางครั้งถ่ายเป็นมูก เกิดภาวะขาดน้ำและตายได้
มักพบการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย ทำให้มีขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง และอาจเป็นปอดบวม ในที่สุด

พิษจากยาพาราเซตามอลในแมว

บ่อยครั้งพบว่าเจ้าของสัตว์พยายามรักษาสัตว์ของตนเองมาแล้วก่อนพามาหาสัตวแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ยาลดไข้จำพวก พาราเซตามอล ซึ่งเจ้าของบางคนไม่รู้ว่ายา พาราเซตามอลทำให้เกิดพิษในแมว เพราะแมวขาดเอนไซม์ UDP Glucuronyl transterase ซึ่งมีส่วนสำคัญในปฏิกิริยาจับควบ (Conjugation) เพื่อลดพิษ

อาการของแมวที่ได้รับพิษจากยาพาราเซตามอล
- มีอาการหน้าบวม
- เยื่อเมือกสีม่วง
- มีปัญหาด้านทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบาก
- และอาจตายได้ในที่สุด

ที่มา : นิตยสาร “VPN”

โรคหวัดติดต่อในแมว

สาเหตุ  เกิดจากเชื้อแคลิซิไวรัส ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรง หรือผ่านภาชนะและเครื่องใช้ต่างๆ

อาการ  คือจะมีไข้เล็กน้อย เซื่องซึม เบื่ออาหาร ขนหยาบ น้ำมูกน้ำตาไหล จาม หายใจลำบาก มีตุ่มใสๆ ในช่องปาก และแตกเป็นแผลหลุม มักพบที่ลิ้นและเพดานปาก อาจพบแผลถลอกที่จมูก ริมฝีปาก อุ้งเท้าและนิ้วได้ ท้องเสีย อาจมีอาการชักและตายได้

การป้องกัน  ทำวัคซีนรวมแมว ตั้งแต่อายุ 2 เดือน และกระตุ้นซ้ำอีกครั้งหลังจากเข็มแรก 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ แร็บโด

การติดต่อ  จากน้ำลายของสัตว์ที่ป่วย แพร่เข้าสู่ผิวหนังที่มีบาดแผล อวัยวะที่มีบาดแผล

อวัยวะที่เป็นเป้าหมายของไวรัส คือระบบประสาทและสมอง

อาการ  ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป อาจจะออกมาในรูปแบบคลุ้มคลั่ง หรือซึม ระยะสุดท้ายจะเกิดอัมพาตของระบบทางเดินหายใจ ทำให้ตายในที่สุด

การป้องกัน ทำวัคซีนตั้งแต่ 3 เดือน กระตุ้นซ้ำหลังจากเข็มแรก 3 เดือน และหลังจากนั้น กระตุ้นปีละ 1 ครั้ง

หน้าต่อไป


หมวดหมู่

Blog Stats

  • 16,383 hits